“กลุ่มเซ็นทรัล” อวดโฉม “ดิจิ-ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม” ในงานดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018

‘เซ็นทรัล’ ย้ำผู้นำค้าปลีก โชว์เทคโนโลยีล่าสุด เข้าสู่ดิจิ-ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ ในงาน “ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018” งานมหกรรมด้านดิจิทัลเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่ใหญ่และอลังการที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 19-23 ก.ย. นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมด้วยผู้บริหารในเครือกลุ่มเซ็นทรัล อาทิ รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เจดีเซ็นทรัล, รุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค และฌาน ชานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในกลุ่มเซ็นทรัล ให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมชมบูธของกลุ่มเซ็นทรัล ที่นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด กับการเป็นผู้นำค้าปลีกที่เข้าสู่ดิจิ-ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ ในงานดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018 งานมหกรรมด้านดิจิทัลเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่ใหญ่และอลังการที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี  ระหว่างวันที่ 19-23 ก.ย. นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดย 1.โซนห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มาในธีม “สเตย์คอนเน็กต์ (Stay Connected)” เชื่อมการช็อปปิงให้ต่อเนื่องไม่สะดุด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ด้วย 4 ดิจิทัลทัชพอยท์ ที่จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การช็อปปิงที่เหนือกว่า ได้แก่ เซ็นทรัล แอพพลิเคชัน (Central Application) : แอพเดียวจบครบทุกเรื่องช็อป-โปร–เทรนด์, เซ็นทรัล แชท แอนด์ ช้อป (Central Chat & Shop) : พัฒนาจากไลน์เซ็นทรัล ออนดีมานด์ ช้อปง่าย ตรงใจ เพียงแชทบอกผู้ช่วยส่วนตัวผ่านทางแอพพลิเคชันไลน์ @centralofficial, เซ็นทรัล ไลน์ ออฟฟิเชียล แอคเคาท์ (Central Line Official Account) : เอาใจขาช็อปทั้งคูปองส่วนลดและสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพียงแอดไลน์มาเป็นเพื่อนกับเรา, เซ็นทรัล พรีเมียร์ อี-แมกกาซีน (Central Premier E-Magazine) : ดิจิทัลแม็กกาซีน อินเทรนด์ได้ทุกที่ เกาะติดทุกไลฟ์สไตล์

2.โซนเดอะวัน (The 1) สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของเดอะวัน ดิจิไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม (The 1 Digi Lifestyle Platform) ผ่านกิจกรรมสนุกสุดสร้างสรรค์ อาทิ ค้นหาช็อปปิง ดีเอ็นเอ (Shopping DNA) ของคุณผ่านเกมส์สนุก ๆ “ยัวร์ช็อปปิ้งดีเอ็นเอ (Your Shopping DNA)” เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ The1 และสนุกไปกับการออกแบบช็อปปิง ไลฟ์สไตล์ (Shopping Lifestyle) ที่เป็นตัวคุณผ่านการถ่ายรูป 180 องศา สุดล้ำ! พร้อมรับของรางวัลโดนใจมากมาย

3.โซนเจดีเซ็นทรัล (JD CENTRAL) รวบรวมนวัตกรรมด้านอี-คอมเมิร์ซ อี-โลจิสติกส์ และอี-ไฟแนนซ์ มาให้ชมได้ที่นี่ที่เดียว ได้แก่ แอพพลิเคชัน JD CENTRAL แอพช็อปปิงออนไลน์ นำเสนอสินค้าคุณภาพของแท้ 100% จากแบรนด์ชั้นนำ ทั้งไทยและต่างประเทศ ในราคาที่ดีที่สุด สนุกกับการช็อปไปกับแฟลชเซลล์ (Flash Sales) และระบบคูปองที่ใช้ง่าย รวมไปถึงเกมส์ที่น่าสนใจอีกมากมาย ร่วมสัมผัสประสบการณ์การช็อปปิงที่สนุกสนานและมั่นใจไร้กังวลได้ที่ JD CENTRAL และเว็บไซต์ JD.CO.TH

ไทยแลนด์ ออฟฟิเชียล แฟลกชิพสโตร์ โดยเจดีเซ็นทรัล (Thailand Official Flagship Store by JD CENTRAL) คือ ร้านจำหน่ายสินค้าไทยคุณภาพที่เป็นที่นิยมที่สุดบนเว็บไซต์ JD.com ให้ลูกค้าชาวจีนได้เลือกซื้อ ถือเป็นร้านค้าระดับชาติ (National Flagship Store) ที่ใหญ่ที่สุดบนเว็บไซต์ JD.com และเสมือนประตูส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดจีนที่มีกำลังซื้อสูง โดยเปิดตัวมาได้ 1 เดือน มีสินค้ากว่า 325 รายการ ยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ 600,000 บาท สินค้ายอดนิยม คือ หมอนยางพาราและขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ คาดว่าจะมีผู้ติดตามร้านค้านี้กว่า 1 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้

หุ่นยนต์อัจฉริยะจัดการโกดังสินค้าอัตโนมัติ มาพร้อมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ บิ๊กดาต้า (Big Data), ยานยนต์ส่งสินค้าไร้คนขับ ทำหน้าที่รับสินค้า ณ สถานีจัดส่ง และเดินทางนำไปส่ง ณ จุดรับของที่ลูกค้ากำหนด และยังสามารถจำแนกลูกค้าแต่ละคนได้ ผ่านเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Face Identification) กระจกอัจฉริยะ (Beauty Mirror) พัฒนาโดยทีมปัญญาประดิษฐ์ของ JD.com โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีจดจำใบหน้า ที่ให้ผู้ใช้ได้ลองแต่งแต้มใบหน้าแบบเสมือน อาทิ การลองลิปสติก หรือ บลัชออน เป็นต้น, นวัตกรรมจดจำใบหน้าระบุตัวตนสุดอัจฉริยะ สำหรับธุรกิจฟินเทค (Face Recognition) เพื่อการวิเคราะห์และการชำระเงิน แบ่งออกเป็น เฟซ อนาลิซิส (Face Analysis) ผสมผสานเทคโนโลยี Deep Learning สามารถจำแนกแยกแยะใบหน้าของผู้ใช้แต่ละคนได้ ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ อารมณ์ และอื่น ๆ โดยเมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Big Data จะสามารถช่วยร้านค้าในการทำการตลาดแบบเจาะกลุ่มลูกค้าได้อีกด้วย และเฟซ เพย์เมนต์ (Face Payment) ใช้อัลกอริธึ่ม Deep Learning และ Machine Learning ในการพัฒนา โดยมีความแม่นยำในการจำแนกใบหน้าถึง 99.99% จึงสามารถช่วยป้องกันการปลอมแปลงตัวตน และตรวจจับความพยายามในการปลอมแปลงใบหน้าได้เป็นอย่างดี นับเป็นอนาคตของการชำระเงินที่ปลอดภัยขึ้นอีกขั้น

ที่มา: http://www.thansettakij.com/content/319999