รุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ จากแบงก์เกอร์สู่ซีอีโอ เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค ปั้นโปรเจ็กต์แรก ‘ดอลฟิน วอลเล็ต’ เขย่าตลาดไทย

เป็นดีลใหญ่วงเงิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 17,500 ล้านบาท จากการร่วมทุนของกลุ่มเซ็นทรัลและเจดีดอทคอม หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของวงการอีคอมเมิร์ซจากจีน สร้างความฮือฮาให้กับวงการค้าปลีก รวมทั้งวงการการเงิน

เมื่อสองยักษ์ใหญ่ผนึกกำลังเข้ามาลุยทั้งด้านอีคอมเมิร์ซและด้านอีไฟแนนซ์ ในประเทศไทย ในส่วนของอีคอมเมิร์ซ ดำเนินการภายใต้ บริษัทเซ็นทรัลเจดีคอมเมิร์ซจำกัด ให้บริการอีคอมเมิร์ซผ่าน www.jd.co.th และแอพพลิเคชั่น JD CENTRAL

ด้านอีไฟแนนซ์ ดำเนินการภายใต้ บริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง จำกัด มีบริษัทลูก ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล เจดี มันนี่ จำกัด และบริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค จำกัด

วันนี้ผู้เขียนมีนัดกับรุ่งเรืองสุขเกิดกิจพิบูลย์ หรือ “คุณอู๊ด” ประธานกรรมการผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง จำกัด และยังควบตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งบริษัท เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค จำกัด และบริษัท เซ็นทรัล เจดี มันนี่ จำกัด ที่ชั้น 48 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ออลซีซั่นส์ เพลส ย่านเพลินจิต

เดินทางมาถึงออฟฟิศของเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค เช่นเคยต้องแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าด้านในที่ทำงาน ก็ต้องสะดุดกับหน้าจอที่อยู่ใกล้บริเวณประตูคล้ายกล้องวงจรปิด

ระหว่างกำลังจดๆ จ้องๆ หน้าจอ คุณอู๊ดโผล่มาทางด้านหลัง พร้อมประตูที่เปิดออกต้อนรับ กับคำอธิบายคลายสงสัย “ที่เห็นคือระบบการจดจำใบหน้าหรือ Facial Recognition ที่เซ็นทรัลเจดีฟินเทคพัฒนาขึ้นเองยังอยู่ระหว่างทดสอบการใช้งานส่วนหน้าจอที่เห็นได้ติดต่อกับบริษัทผู้ผลิตเพื่อนำระบบการจดจำใบหน้าเข้าไปใส่สามารถดีไซน์ได้หลายรูปแบบ

เท่าที่เห็น เมื่อใบหน้าคุณอู๊ดโผล่เข้ามา ระบบการตรวจจับใบหน้าทำงานทันทีคือประตูเปิดอัตโนมัติ ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ล้ำสุดสุด

คุณอู๊ดบอกว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นมานี้หากบริษัทหรือธุรกิจใดต้องการนำไปใช้งานสามารถติดต่อเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค เพื่อนำไปใช้ต่อยอดได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อใช้ยืนยันตัวตนเข้าออกอาคาร หรือจะต่อยอดไปยังการชำระเงินก็ย่อมได้

ก่อนจะมาเป็นฟินเทคเต็มตัว คุณอู๊ดซึ่งจบการศึกษาปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยอาร์คันซอส์ เคยทำงานด้านการธนาคารมาก่อนหลายแห่ง ทั้งที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคาร จีอี มันนี่ เพื่อรายย่อย ของกลุ่มจีอี และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด

เข้ามาร่วมงานกับกลุ่มเซ็นทรัลจากการชักชวนของคุณญนน์โภคทรัพย์กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มเซ็นทรัลให้เข้ามาทำงานด้านบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือ CRM เดอะวันการ์ดแต่เข้ามาทำมาได้เพียง 2 สัปดาห์กลุ่มเซ็นทรัลและเจดีดอทคอมกำลังคุยกันเรื่องการร่วมทุนจึงได้รับมอบหมายให้ไปคุยเรื่องอีไฟแนนซ์คุยกันตั้งแต่เขามีอะไรเรามีอะไรเมื่อมารวมกันจะสามารถทำอะไรร่วมกันได้บ้างเพื่อนำมาให้บริการลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุดหลังจากได้เดินทางไปดูที่เมืองจีนและนำมาคิดต่อยอดและเริ่มเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไปได้ คุณอู๊ดเล่า

สำหรับโปรเจ็กต์แรกของเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค คือ ดอลฟินวอลเล็ต หรือ Dolfin คุณอู๊ดบอกถึงที่มาของการตั้งชื่อ อีวอลเล็ตในต่างประเทศมักจะใช้ชื่อสัตว์น้ำ เช่น ออคโตปุส ของสิงคโปร์ และน้ำถือเป็นสัญลักษณ์ของเงิน เป็นการตั้งชื่อเอาโชคเอาชัย ซึ่ง Dolfin มาจาก Dolphin + Finance นั่นเอง

แม้ว่าตลาดประเทศไทยจะมีอีวอลเล็ตที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว แต่คุณอู๊ดมองว่ายังมีโอกาสในตลาดนี้

ดอลฟิน วอลเล็ต ได้นำระบบการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-KYC (electronic know-your-customer) มาใช้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและช่วยลดขั้นตอนการลงทะเบียน ผสมผสานระบบการจดจำใบหน้า และการอ่านตัวอักษรจากภาพถ่าย (OCR-optical character recognition) เพื่อยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานจากภาพเซลฟี่และภาพถ่ายบัตรประชาชน โดยไม่ต้องมีการยื่นเอกสารในช่องทางอื่น นับเป็นรายแรกที่รองรับการชำระและโอนเงินเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต และบัตรเครดิต การเติมเงินสดผ่านเคาน์เตอร์เซ็นเพย์ (CenPay)

คุณอู๊ดเล่าอีกว่า การทำงานที่เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค เริ่มต้นจากศูนย์ ทุกคนในองค์กรค่อยๆ ช่วยกันสร้างความสำเร็จให้กับองค์กร จากเริ่มต้นมีพนักงาน 3-5 คน ปัจจุบัน 130 คน เน้นการทำงานเป็นทีม ที่นี่ อนุญาตให้พนักงานทุกคนสามารถตั้งชื่อตำแหน่งของตนเองได้ ถือว่ามีความสำคัญ เมื่อยื่นนามบัตร อยากให้คนข้างนอกมองเห็นคุณอย่างไร ส่วนการทำงานภายในนั้นบทบาทหน้าที่จะเปลี่ยนอยู่เสมอ โดยนำความถนัดมาประยุกต์กับการทำงาน

ทำงานมาราว 1 ปีถามว่า success หรือไม่ผมไม่สามารถตอบได้เป็นเรื่องที่คนข้างนอกจะสะท้อนมาแต่เห็นองค์กรเติบโตขึ้นเรื่อยๆและแต่ต่อไปจะเห็นในแง่ของผู้ใช้งานหลังดอลฟินวอลเล็ตเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คุณอู๊ดทิ้งท้าย

ขณะนี้ ดอลฟิน วอลเล็ต ผ่านการทดสอบในแซนด์บ็อกซ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว กำลังจะออกมาให้บริการอย่างเป็นทางการกรกฎาคมนี้ คงจะได้เห็นความสนุกในแวดวงอีวอลเล็ตไทยอีกระลอกหนึ่งแน่นอน โดยเฉพาะการใช้ใบหน้าในการชำระเงิน คงได้เห็นเร็วๆ นี้ แน่นอน

ที่มา: https://www.matichon.co.th/economy/news_1559574